เนื่องจากธนาคารกรุงไทย ร่วมกับ VISA International พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยให้กับผู้ถือบัตรและผู้ที่ สมัครบัตร visa ในการชำระค่าสินค้าและ บริการออนไลน์ ผ่านบัตรวีซ่าเดบิต ธนาคารกรุงไทย ท่านสามารถซื้อสินค้าและบริการออนไลน์ด้วยความมั่นใจพร้อมกับความเป็นส่วน ตัว โดยใช้รหัสผ่านของ Verified by VISA และ ข้อความยืนยันส่วนตัว (Personal AssuranceMessage: PAM) เพื่อให้ท่านมั่นใจว่ากำลังทำรายการผ่านร้านค้า e-Commerce ที่ลงทะเบียนกับ VISA อย่างถูกต้อง บัตรเครดิต

          นอกจากนี้ธนาคารกรุงไทยได้ออกบัตรและให้ผู้ที่ต้องการ สมัครบัตร visa ได้เลือกคือ บัตร VISA Debit Classic & Gold เพื่อให้ทางลูกค้าที่ต้องการ สมัครบัตร visa ได้เลือกใช้
จับจ่ายง่าย…สบายกว่าที่เคย ชิม ช้อป ใช้ เปลี่ยนชีวิตแบบใหม่ๆ บัตรเครดิต

           ชีวิตจริง ชีวิตเดบิต ที่ไม่ต้องติดอยู่กับการพกพาเงินสดติดตัวตลอดด้วยบัตรกรุงไทย วีซ่าเดบิต คุณก็สามารถจับจ่าย ในร้านค้าชั้นนำร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์ กว่า 10 ล้านแห่ง ทั่วโลก ที่มีเครื่องหมาย VISA
          สิทธิประโยชน์แก่ถือบัตรและผู้ที่ สมัครบัตร visa บัตร VISA Debit Classic & Gold
          รับส่วนลด 5-50% กับร้านค้าสมาชิก (Merchant) ที่มีเครื่องหมาย KTC Debit ทั่วประเทศ ตรวจสอบรายชื่อร้านค้าสมาชิก ที่นี่ ktbdebit.ktb.co.th/index.jsp
ทุกๆ 25 บาทของการจับจ่าย จะได้รับ Bonus Point 1 คะแนน ให้คุณสะสมแต้มเพื่อแลกรับสินค้าหรือบริการต่างๆ มากมาย โดย บัตรเครดิต

          สามารถตรวจสอบแต้มสะสมได้ 3 ช่องทาง ได้แก่
          1. สาขาธนาคารกรุงไทย
          2. ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ ธนาคารกรุงไทย 1551
          3. KTB Online
          ซื้อสินค้าและชำระเงินค่าสินค้าแทนเงินสด กับร้านค้าที่มีเครื่องหมาย VISA ได้ทั่วประเทศและทั่วโลก ตลอด 24 ชั่วโมง
พิเศษ! สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมจากบัตร VISA Debit Gold ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล วงเงิน 100,000 บาท
          ลักษณะของบริการ
          • ใช้บริการเบิกถอนเงินสด / โอนเงิน
          • ใช้บริการกับตู้ ATM / เครื่อง EDC ของธนาคารกรุงไทยหรือธนาคารอื่นๆ ที่มีเครื่องหมาย ATM POOL เหมือนบัตรกรุงไทยเอทีเอ็มทุกประการ
          • อิสระในการจับจ่าย เพื่อให้ผู้ที่ สมัครบัตร visa สะดวกสบายเหมือนมีธนาคารเคลื่อนที่อยู่ในมือ ไม่ต้องพกเงินสดติดตัวคราวละมากๆ


(23ม.ค.2556) – กสิกรไทยเชื่อมระบบชำระเงินกับยูเนี่ยนเพย์ ยักษ์ใหญ่บัตรเครดิตของโลกสัญชาติจีน รองรับนักท่องเที่ยวจีนแห่เข้าไทยทะลุ 3.3 ล้านคน ประเดิมรับชำระค่าสินค้าและบริการด้วยบัตรเครดิตและบัตรเดบิตทางอินเทอร์เน็ต เน้นความปลอดภัยมาตรฐานโลก ตอกย้ำการเป็นผู้นำธุรกิจอี-คอมเมิร์ชของไทย ตั้งเป้ายอดรับบัตรผ่านระบบเพิ่ม ปีนี้ 30% หรือประมาณ 60,000 ล้านบาท
นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกสิกรไทยและยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล (UnionPay International : UPI) ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการบัตรเครดิตและบัตรเดบิตยูเนี่ยนเพย์ที่มียอดผู้ถือบัตรมากที่สุดในโลกจากประเทศจีน ได้ลงนามความร่วมมือในการเชื่อมระบบชำระเงินระหว่างกัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวและคนจีนที่อยู่ในประเทศไทยในการทำธุรกรรมทางการเงินต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น โดยจะเริ่มจากการให้บริการรับชำระค่าสินค้าและบริการทางอินเทอร์เน็ต (K-Payment Gateway) ได้เป็นธนาคารแรกในประเทศไทย ซึ่งในระยะแรกจะสามารถรองรับบริการรับบัตรเครดิตและบัตรเดบิตยูเนียนเพย์ ที่ออกโดยธนาคารและสถาบันการเงินในประเทศจีน ในอนาคตจะขยายการรับบัตรที่ออกโดยธนาคารและสถาบันการเงินทั่วโลกต่อไป
ปัจจุบัน ยูเนี่ยนเพย์มีจำนวนผู้ถือบัตรมากที่สุดในโลกประมาณ 3,230 ล้านใบ เฉพาะในเอเชียแปซิฟิกมีมากกว่า 2,800 ล้านใบ มีร้านค้ารับบัตรกว่า 5.65 ล้านแห่ง มีเครื่องเอทีเอ็มรองรับมากกว่า 1.37 ล้านเครื่องใน 107 ประเทศ สำหรับในประเทศไทยมีการใช้บัตรยูเนียนเพย์ในการชำระค่าสินค้าและบริการในปี 2555 ประมาณ 34,500 ล้านบาท โดยผ่านเครื่องอีดีซีของธนาคารกสิกรไทยประมาณ 7,700 ล้านบาท เติบโตถึง 80% และเป็นการถอนเงินสดจากเครื่องเอทีเอ็มของธนาคารกสิกรไทยประมาณ 1,560 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ยกว่า 38%
การลงนามในสัญญาในการพัฒนาระบบกับยูเนี่ยนเพย์ในครั้งนี้ จะช่วยให้ร้านค้าที่ใช้ระบบ K-Payment Gateway ให้สามารถรับบัตรเครดิตและเดบิตยูเนียนเพย์เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนธุรกิจ อี-คอมเมิร์ชในประเทศไทยให้เพิ่มยอดขาย ตลอดจนสร้างโอกาสต่อยอดทางธุรกิจออนไลน์เพิ่มขึ้น เนื่องจากปัจจุบันคนจีน เป็นนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากเป็นอันดับหนึ่ง มากกว่านักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย โดยในปี 2555 มีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยมากกว่า 2.8 ล้านคน เพิ่มจากปีก่อนหน้าประมาณ 62% คาดว่าในปี 2556 เพิ่มขึ้นเป็น 3.3 ล้านคน ซึ่งธนาคารตั้งเป้าจะพัฒนาบริการต่าง ๆ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าจีน เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าและบริการให้กับร้านค้ารับบัตรให้มากยิ่งขึ้นต่อไป รวมทั้งจะออกบัตร ยูเนี่ยนเพย์สำหรับผู้ถือบัตรชาวไทยด้วย
สำหรับบริการรับชำระค่าสินค้าและบริการทางอินเทอร์เน็ตกสิกรไทย (K-Payment Gateway) สามารถรองรับบัตรเครดิตและบัตรเดบิตจากทั่วโลกมากกว่า 36 สกุลเงิน มียอดรับบัตรผ่านระบบในปี 2555 กว่า 45,000 ล้านบาท เป็นผู้นำอันดับ 1 มีส่วนแบ่งการตลาดในประเทศมากกว่า 70% โดยธนาคารกสิกรไทย คาดว่าความร่วมมือและการพัฒนาระบบในครั้งนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มยอดการรับบัตรผ่านระบบชำระเงินในปีนี้ให้โตได้ไม่น้อยกว่า 30% หรือเพิ่มเป็นประมาณ 60,000 ล้านบาท และตอบสนองยุทธศาสตร์การเป็นผู้นำในการให้บริการระบบชำระเงินทางอินเทอร์เน็ตที่ดีที่สุดในประเทศไทย (The Best Gateway for Online Payments) ที่พร้อมให้บริการตามไลฟ์สไตล์ออนไลน์ของผู้บริโภค ทั้งการเป็นผู้ซื้อและผู้ขายบนโลกออนไลน์ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก อีกทั้งธนาคารยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนารูปแบบของการให้บริการเพื่อรองรับกับผู้บริโภคทุกระดับ รวมถึงการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศพัฒนาและให้บริการคลอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย
ขอขอบคุณข้อมูล: siamturakij.com ลงวันที่ 26-01-2013 By CreditOnHand

“โฮมโปร” ผนึก “บัตรเครดิตกสิกรไทย” มอบความสุขให้ทุกบ้านเป็นของขัวญปีใหม่ 2556 “เพิ่มสุข…วันศุกร์” ช้อปสินค้าทุกวันศุกร์ รับส่วนลดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 32.5% จากบัตรเครดิตกสิกรไทย และHomeCard จนถึง 6 กุมภาพันธ์ 2556
นายณัฏฐ์ จริตชนะ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มการตลาด บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” ผู้นำธุรกิจศูนย์รวมวัสดุและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านครบวงจร เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการมอบความสุขให้ทุกบ้านเป็นของขวัญปีใหม่ 2556 บริษัทฯ ได้ร่วมกับ บัตรเครดิตกสิกรไทย จัดแคมเปญ “เพิ่มสุข…วันศุกร์” ตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 โดยลูกค้าที่ซื้อสินค้าในโฮมโปร และโฮมโปร พลัส ทุกสาขา ในทุกวันศุกร์ ผ่านบัตรเครดิตกสิกรไทย สามารถใช้คะแนนสะสมเท่ายอดซื้อรับส่วนลดเพิ่ม 20% หากเป็นวันอื่น ๆ ใช้คะแนนสะสมเท่ายอดซื้อรับส่วนลดเพิ่ม 12%
และพิเศษสุดจนถึงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2556 ลูกค้าสมาชิกบัตร HomeCard ที่ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตกสิกรไทย สามารถใช้คะแนนสะสม HomeCard เท่ายอดซื้อแลกรับส่วนลดเพิ่ม 12.5 % ซึ่งจะทำให้ลูกค้าสามารถรับส่วนลดเพิ่มสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 32.5% ในวันศุกร์ และ 24.5% สำหรับวันอื่น ๆ
“แคมเปญนี้ ถือเป็นการกระตุ้นยอดขายพร้อมกับการคืนกำไรให้แก่ลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจ กับการบริการของโฮมโปรตลอดมา และยังเป็นการให้ของขวัญสำหรับลูกค้าเพื่อเป็นการต้อนรับปีใหม่ 2556 โดยปัจจุบัน เรามีสมาชิกบัตร HomeCard มากกว่า 1 ล้านราย” นายณัฏฐ์กล่าว
ขอขอบคุณข้อมูล: thannews.th.com ลงวันที่ 12-01-2013

                    กรุงเทพฯ 21 ธ.ค. – มูลนิธิเพื่อผู้บริโภครายงานสถานการณ์ผู้บริโภคปี 55 พบกรณีร้องเรียนปัญหาสุขภาพมากสุด รองลงไปคือการเงิน บัตรเดรดิต การซ่อนการเก็บค่าธรรมเนียมโอนเงิน ด้านอสังหาริมทรัพย์ ซิมฟรีมือถือแต่เสียเงิน และการโฆษณาสินค้าเกินจริง ชี้ปี 56 ผู้บริโภคยังเดือดร้อนจากการเป็นหนี้บัตรเครดิต การซื้อรถยนต์ การซื้อคอนโดฯ การโฆษณาเกินจริงซึ่งมีอิทธิพลอย่างมากในภูมิภาค

                น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และเครือข่ายองค์กรผู้บริโภค 6 ภาค แถลงข่าว “รายงานสถานการณ์ความทุกข์ของผู้บริโภค ประจำปี 2555” โดยพิจารณาจากเรื่องร้องเรียนที่ถูกส่งมายังมูลนิธิตลอดปีที่ผ่านมา พบว่าเรื่องร้องเรียนมากที่สุด คือ ด้านบริการสุขภาพและสาธารณสุข 718 เรื่อง โดยเฉพาะกรณีศูนย์ออกกำลังกายหรือฟิตเนสที่ปิดบริการโดยไม่แจ้งให้ทราบหรือ ยังมีการรับสมัครสมาชิกตลอดชีพทั้งที่ไม่สามารถเปิดให้บริการ มีถึง 680 ราย มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท รองลงไปคือ มาตรฐานการรักษา ระบบการส่งต่อ การใช้สิทธิในกองทุนฉุกเฉินที่ยังคงเป็นปัญหาจากความเข้าใจและการตีความไม่ ตรงกันระหว่างโรงพยาบาลและคนไข้ว่ากรณีใดเป็นกรณีฉุกเฉิน

                 กลุ่มกรณีที่มีการร้องเรียนรองลงมาคือ ด้านการเงินการธนาคาร มีการปิดบังการเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมการโอนผ่านตู้กดเงิน โดยไม่แสดงในใบบันทึกรายการ แต่จะพบปรากฏในสมุดบัญชี ส่วนกรณีบัตรเครดิตเป็นกรณีที่มากที่สุด ส่วนใหญ่เป็นการทวงหนี้โดยละเมิดสิทธิผู้บริโภค เช่น การไปติดตามกับที่ทำงาน หัวหน้างาน หรือกำนันผู้ใหญ่บ้าน รองลงไปในกลุ่มนี้คือ ปัญหาจากประกันภัยต่าง ๆ อ้างว่าความเสียหายไม่เข้าเงื่อนไขที่จะชดเชย

                รองลงไปคือกลุ่มปัญหาด้านอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะการผิดสัญญาซื้อขายของบ้านเอื้ออาทร ผู้ซื้อซึ่งส่วนใหญ่มีรายได้น้อย เมื่อจ่ายค่างวดช้าก็ถูกธนาคารร่วมกับการเคหะแห่งชาติเปลี่ยนแปลงสัญญาว่า ได้ซื้อบ้านคืนแล้ว และให้จ่ายค่าเช่า ท้ายที่สุดก็จะฟ้องร้องขับไล่ ซึ่งมักเกิดขึ้นในโครงการที่ทำเลดี นอกจากนั้นเป็นปัญหาร้องเรียนการก่อสร้างล่าช้า หรือไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้

                    อันดับที่ 4 คือ บริการสาธารณะ มากที่สุดเป็นการร้องเรียนระบบขนส่งสาธารณะ รถจักรยานยนต์รับจ้าง รถตู้โดยสาร รวมทั้งสายการบินราคาประหยัดที่ยกเลิกเที่ยวบินกระชั้นชิด กระเป๋าหาย อันดับ 5 เป็นด้านสื่อโทรคมนาคม ที่พบมากคือการแจกซิมการ์ดฟรี แล้วถูกเรียกเก็บเงินภายหลังทั้งที่ไม่ได้เปิดใช้บริการ รองลงมาคือปัญหาวันหมดแต่เงินไม่หมดจากโทรศัพท์แบบเติมเงิน อันดับ 6 คือ ยาและเครื่องสำอางค์ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้คุณภาพ ไม่ได้มาตรฐาน ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์
เครือข่ายผู้บริโภคจากภูมิภาคยังเปิดเผยว่า ในปี 2555 ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นด้านโทรคมนาคม คุณภาพการบริการไม่ดี แต่ไม่สามารถยกเลิกได้ฟรี ปัญหาผลิตภัณฑ์สุขภาพ และการเดินทาง โดยสิ่งที่ต้องจับตาคือ การโฆษณาเกินจริงที่ยังแทรกซึมเข้าไปอยู่ในสื่อชุมชนต่าง ๆ ทั้งวิทยุและโทรทัศน์จำนวนมาก และชาวบ้านก็มักเชื่อว่าของไม่ดีจริงจะม่กล้ามาโฆษณา
น.ส.สารี กล่าวถึงแนวโน้มปัญหาผู้บริโภคในปี 2556 ว่ายังต้องจับตากรณีที่เกี่ยวข้องกับบัตรเครดิตและสินเชื่อ น่าจะไม่น้อยไปกว่าเดิม ซึ่งที่สำคัญจะต้องเร่งให้ความเข้าใจในการใช้งานบัตรเครดิต ไม่ควรจ่ายในอัตราขั้นต่ำ ซึ่งแสดงถึงการประสบปัญหาสภาพคล่องกลายเป็นปัญหาหนี้สิน นอกจากนั้นจะเป็นปัญหาเกี่ยวกับการซื้อรถยนต์ เริ่มมีกรณีร้องเรียนการนำชื่อบุคคลอื่นไปขอซื้อรถยนต์แล้วผู้ซื้อไม่สามารถ ผ่อนได้ ปัญหากรณีการรักษาพยาบาลฉุกเฉินที่อาจทำให้เกิดค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด เนื่องจากยังไม่มีระบบส่งต่อที่ดี และปัญหาอสังหาริมทรัพย์ คอนโดมิเนียมริมเส้นทางรถไฟฟ้า การไม่ทำตามข้อตกลงเรื่องการส่งเสริมการขาย เป็นต้น ส่วนเรื่องระบบขนส่งสาธารณะต้องจับตารถตู้ 18 ที่นั่ง ซึ่งเริ่มนำมาให้บริการแล้ว ทั้งที่ยังไม่มีข้อพิสูจน์ความปลอดภัยการเป็นรถโดยสาร

             อย่างไรก็ตาม ในปี 2555 ยังมีประเด็นที่พยายามผลักดันแต่ไม่เป็นผลให้มีการดำเนินการ และยังเป็นห่วงอยู่ ได้แก่ การผลักดันกฎหมายองค์กรอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค บริการสุขภาพมาตรฐานเดียว การไม่กำหนดอายุบัตรเติมเงิน การให้รถโดยสารทำประกันภัยชั้น 1 การปรับโครงสร้างราคาก๊าซให้เป็นธรรม และการเร่งรัดแก้ปัญหากรณีแคลิฟอร์เนียว้าว.- สำนักข่าวไทย
ขอขอบคุณข้อมูล: mcot.net ลงวันที่ 5-01-2013 By CreditOnHand

             ธปท.ระบุยอดหนี้คนไทยยังพุ่งต่อ ธุรกิจบัตรเครดิตยังรุ่ง ยอดสินเชื่อบัตรเครดิต ต.ค.ยังเพิ่มขึ้น 12.76% ขณะที่ปริมาณใช้จ่ายรวมพุ่ง 24.31% คนไทยหนีร้อนช็อปต่างประเทศยอดกระฉูดเพิ่มกว่า 50% ด้านนอนแบงก์โหมเพิ่มปริมาณบัญชีสินเชื่อ ส่วนบุคคลแซงหน้าแบงก์พาณิชย์ ดันสินเชื่อ ต.ค.เพิ่ม 15.44% หวังกระตุ้นยอดสินเชื่อเพิ่ม

             ผู้สื่อ ข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้รายงานการให้บริการธุรกิจบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล ล่าสุดเดือน ต.ค.ของปี 55 พบว่ายังมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงต่อเนื่อง โดยสิ้นเดือน ต.ค.ยอดคงค้างสินเชื่อบัตรเครดิตมีทั้งสิ้น 231,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26,100 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 12.76% จากระยะเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ปริมาณบัตรเครดิตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยสิ้นเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา มีปริมาณบัตรทั้งสิ้น 16.72 ล้านบัตร เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 1.48 ล้านบัตร หรือเพิ่มขึ้น 9.71%

             ทั้งนี้ ในเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา มีปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตรวมทั้งสิ้น 117,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 17,100 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 17.09% และเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 23,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้นสูงถึง 24.31% โดยหากพิจารณาตามประเภทการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตต่างๆ พบว่าปริมาณการใช้จ่ายในประเทศมีทั้งสิ้น 96,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 14,100 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้น 17.20% และหากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนเพิ่มขึ้น 23,400 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นถึง 32.22%

              ขณะที่ปริมาณการใช้จ่ายในต่างประเทศมีทั้ง สิ้น 7,620 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 1,610 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 26.74% และหากเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเพิ่มขึ้น 2,540 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าถึง 50.07% สำหรับการเบิกเงินสดล่วงหน้าของผู้ถือบัตรเครดิต ในเดือน ต.ค.มีทั้งสิ้น 13,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 1,450 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 11.71% แต่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนกลับลดลงเกือบ 3,000 ล้านบาท หรือลดลงสัดส่วน 17.72%
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับการปล่อยสินเชื่ออุปโภคบริโภคส่วนบุคคลของธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภาย ใต้การกำกับของ ธปท.ล่าสุดในเดือน ต.ค.ของปีนี้ พบว่าจำนวนบัญชี และยอดสินเชื่ออุปโภคบริโภคส่วนบุคคลยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินเชื่อของนอนแบงก์ โดยปัจจุบันยอดคงค้างสินเชื่อทั้งระบบมีทั้งสิ้น 244,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 32,600 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น 15.44%

               ขณะเดียวกัน หากพิจารณาจำนวนบัญชีสินเชื่อส่วนบุคคลในระบบสิ้นเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา มีทั้งสิ้น 9.64 ล้านบัญชี ส่วนนี้เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 110,000 บัญชี และเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 800,000 บัญชี หรือเพิ่มขึ้นสัดส่วน 9.05% แสดงให้เห็นถึงการเร่งเพิ่มยอดสินเชื่อบุคคลของทั้งธนาคารพาณิชย์ และนอนแบงก์ โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของนอนแบงก์มากที่สุด 495,000 บัญชี ขณะที่ธนาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้น 328,000 บัญชี แต่สาขาธนาคารต่างชาติสวนกระแส โดยจำนวนบัญชีลดลง 23,000 บัญชี

               ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในขณะนี้ธปท.กำลังติดตามการก่อหนี้ และการกลายเป็นหนี้เสียของลูกหนี้รายย่อยที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และเริ่มเห็นยอดการค้างชำระหนี้ของลูกหนี้รายย่อย 1-2 เดือนเพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม แนวโน้มของการขยายตัวของสินเชื่อบัตรเครดิต และสินเชื่ออุปโภคบริโภคบุคคลในช่วงปีหน้าจะยังคงเพิ่มขึ้นได้ต่อเนื่อง แต่คาดว่าจะเป็นระดับการขยายตัวที่ชะลอลงจากปีนี้.

ขอขอบคุณข้อมูล: thairath.co.th ลงวันที่ 15-12-12 By CreditOnHand

ฝ่ายการตลาด บริษัททริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้เพิ่มช่องทางในการชำระค่าบริการอินเทอร์เน็ตผ่านบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพ เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการชำระค่าบริการรายเดือนของลูกค้า 3BB โดยลูกค้า 3BB ที่สมัครทำรายการชำระค่าบริการ แบบหักผ่านบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพ รับสิทธิพิเศษ 3 ต่อ ทันที ต่อที่ 1 รับฟรี Wi-Fi 600 นาที ต่อที่ 2 เลือกดูหนังสนุก ๆ จาก Movie Buffet ฟรี 5 เรื่อง และต่อที่ 3 รับคะแนนสะสมบัวหลวง 500 คะแนน สมัครได้แล้วตั้งแต่วันนี้ — 31 มกราคม 2556 ที่ 3BB Shop ทุกสาขา สอบถามรายละเอียด Call Center โทร 1530

ขอขอบคุณข้อมูล: ryt9.com/s/prg/1543789

หมวดหมู่
คำค้นยอดนิยม
Facebook